วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552
อาหารนานาชาติในฮองกง
ฮ่องกงมีอาหารนานาชาติรสเลิศให้คุณเลือกรับประทาน ภัตตาคารอาหารจีนพบได้ทุกที่ในฮ่องกง บางแห่งที่ขึ้นชื่ออาจตั้งอยู่ในโรงแรมหรือแหล่งช้อปปิ้ง ซึ่งล้วนโดดเด่นแตกต่างกันไปทั้งอาหาร กวางตุ้ง แต้จิ๋ว ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เสฉวน & หูหนาน หรือมังสวิรัติจีน และอาหารตามเทศกาล & ไวน์จีน ในฐานะเมืองนานาชาติ วัฒนธรรมและรสชาติหลากหลายต่างมีให้เลือกในโลกแห่งอาหารของฮ่องกง จะลองลิ้มรสอาหารระดับ 5 ดาว ฟาสต์ฟู้ด ของว่างหรือสำหรับสังสรรค์กันในครอบครัวทั้งภัตตาคารอาหารตะวันออก และอาหารตะวันตก ไทย เวียดนาม อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซียและฟิลิปปินส์ ลองเปลี่ยนรสชาติจาก อาหารจีน และซูชิบาร์แบบญี่ปุ่น และภัตตาคารชั้นเลิศ ซึ่งล้วนมอบรสชาติอร่อยหลากหลาย อาหารตะวันตกมีทั้งอาหารอเมริกัน ฝรั่งเศส อิตาเลียน อาหารเมดิเตอร์เรเนียนและอื่นๆ ให้เลือกเนื้อและมันฝรั่งรสชาติดั้งเดิม หรืออาหารเม็กซิกัน อีกทางเลือกของรสชาติเผ็ดร้อน ใช่เพียงฮ่องกงจะเป็นเมืองหลวงแห่งอาหารชั้นเลิศของเอเชียเท่านั้น แต่คุณยังสามารถลิ้มรสและดื่มด่ำกับวิวตระการตา ชมอ่าวหรือทิวเขาอันงดงาม ในขณะที่อิ่มเอมกับอาหารจานเด็ดของฮ่องกง หรืออาหารจีนหลากสไตล์ ขณะชมแนวตึกระฟ้าอันงดงามของฮ่องกง แล้วคุณจะรักอาหารในฮ่องกง
ชาจีน
ประวัติศาสตร์
ชามีบทบาทสำคัญในสังคมและวัฒนธรรมจีนมากว่าห้าพันปี ตามตำนานเล่าว่า ชาได้ถูกค้นพบโดยจักรพรรดิเชินเนิง ในช่วงปี 2737 ก่อนคริสตกาล ซึ่งอยู่ในยุค 5 รัชสมัย ใบไม้ได้ปลิวลงไปในหม้อต้มน้ำ เกิดเป็นกลิ่นหอมรัญจวญของน้ำชาที่ลอยแตะจมูกองค์พระจักรพรรดิจนต้องลองจิบดู พระองค์ได้ทรงประกาศการค้นพบและให้เป็นเครื่องดื่มประจำชาติ ต้นไม้ดังกล่าวปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในนามต้นคาเมลเลีย ซึ่งเติบโตในป่าของจีน การดื่มชาจีนได้รับการสืบทอดต่อไปอีกหลายศตวรรษ หนังสือเกี่ยวกับชาเล่มแรก ชื่อ Cha Ching (ชาโบราณ) เขียนขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) โดยกวีลู่หยู นอกเหนือจากจะรวบรวมข้อมูลในการการปลูกชาและเตรียมชาหลากหลายวิธีแล้ว ยังมีกฎและเทคนิคที่เหมาะสมในการชงชาให้ได้รสเลิศที่สุด นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดศิลปะของการดื่มชาไว้
ประเภทของชา
หากแบ่งตามระยะเวลาการบ่มและระดับของการดูแลแล้ว สามารถแบ่งชาออกเป็น 6 ประเภทหลักๆ ได้แก่
ชาเขียว เป็นชาที่ไม่ผ่านการบ่ม ผลิตจากใบชาที่เก็บสดๆ มาอบไอน้ำ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมเขียวเมื่อต้ม ให้รสอ่อนละมุน
ชาขาว เป็นชาที่ใช้เวลาบ่มไม่นาน ให้กลิ่นนุ่มนวล หวานเล็กน้อย
ชาดำ เป็นชาที่ผ่านการบ่มเต็มที่ก่อนนำไปอบ มีสีแดงสด เมื่อต้มแล้วให้รสชาติเข้ม และมีสีน้ำตาล
ชาอู่หลง มีต้นกำเนิดจากมณฑลฟูเจี้ยนของจีน ใบชาจะนำไปผ่านกระบวนการอ๊อกซิไดซ์บางส่วน เมื่อต้มแล้วจะให้รสชาติกึ่งชาเขียวและชาดำ มีสีเหลืองสดและออกรสผลไม้
ชาผู่เอ้อ เป็นชาที่ดัดแปลงมาจากชาเขียว ชาอู่หลงและชาดำ ผ่านการหมักบ่มมาอย่างเต็มที่ เมื่อต้มแล้ว จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม
ชามีบทบาทสำคัญในสังคมและวัฒนธรรมจีนมากว่าห้าพันปี ตามตำนานเล่าว่า ชาได้ถูกค้นพบโดยจักรพรรดิเชินเนิง ในช่วงปี 2737 ก่อนคริสตกาล ซึ่งอยู่ในยุค 5 รัชสมัย ใบไม้ได้ปลิวลงไปในหม้อต้มน้ำ เกิดเป็นกลิ่นหอมรัญจวญของน้ำชาที่ลอยแตะจมูกองค์พระจักรพรรดิจนต้องลองจิบดู พระองค์ได้ทรงประกาศการค้นพบและให้เป็นเครื่องดื่มประจำชาติ ต้นไม้ดังกล่าวปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันในนามต้นคาเมลเลีย ซึ่งเติบโตในป่าของจีน การดื่มชาจีนได้รับการสืบทอดต่อไปอีกหลายศตวรรษ หนังสือเกี่ยวกับชาเล่มแรก ชื่อ Cha Ching (ชาโบราณ) เขียนขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-907) โดยกวีลู่หยู นอกเหนือจากจะรวบรวมข้อมูลในการการปลูกชาและเตรียมชาหลากหลายวิธีแล้ว ยังมีกฎและเทคนิคที่เหมาะสมในการชงชาให้ได้รสเลิศที่สุด นอกจากนี้ ยังถือเป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดศิลปะของการดื่มชาไว้
ประเภทของชา
หากแบ่งตามระยะเวลาการบ่มและระดับของการดูแลแล้ว สามารถแบ่งชาออกเป็น 6 ประเภทหลักๆ ได้แก่
ชาเขียว เป็นชาที่ไม่ผ่านการบ่ม ผลิตจากใบชาที่เก็บสดๆ มาอบไอน้ำ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมเขียวเมื่อต้ม ให้รสอ่อนละมุน
ชาขาว เป็นชาที่ใช้เวลาบ่มไม่นาน ให้กลิ่นนุ่มนวล หวานเล็กน้อย
ชาดำ เป็นชาที่ผ่านการบ่มเต็มที่ก่อนนำไปอบ มีสีแดงสด เมื่อต้มแล้วให้รสชาติเข้ม และมีสีน้ำตาล
ชาอู่หลง มีต้นกำเนิดจากมณฑลฟูเจี้ยนของจีน ใบชาจะนำไปผ่านกระบวนการอ๊อกซิไดซ์บางส่วน เมื่อต้มแล้วจะให้รสชาติกึ่งชาเขียวและชาดำ มีสีเหลืองสดและออกรสผลไม้
ชาผู่เอ้อ เป็นชาที่ดัดแปลงมาจากชาเขียว ชาอู่หลงและชาดำ ผ่านการหมักบ่มมาอย่างเต็มที่ เมื่อต้มแล้ว จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม
มรดกทางประเพณีฮ่องกง
ขนบธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรม ทำให้ฮ่องกงแตกต่างไปจากเมืองอื่นๆในเอเชียหรือในโลกก็ว่าได้ ด้วยประวัติศาสตร์จากยุคอาณานิคมที่ยาวนานถึง 150 ปี และประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นชาวจีน ทำให้ฮ่องกงเป็นเมืองที่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ผสมผสานวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ที่ซึ่งความเก่าแก่ตั้งอยู่เคียงข้างความทันสมัย วัดที่คลุ้งไปด้วยควันธูป อาคารสมัยยุคอาณานิคม และตึกระฟ้าที่สร้างด้วยกระจกและเหล็ก ท่ามกลางประเพณีอันเก่าแก่และเทศกาลที่มีสีสัน ล้วนทำให้วัฒนธรรมในฮ่องกงดูคึกคักและมีชีวิตชีวา โปรแกรมกล้องส่องวัฒนธรรม โอกาสอันยอดเยี่ยมที่คุณจะได้สัมผัสขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของฮ่องกงผ่านโปรแกรมต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ค้นพบฮ่องกงด้วยเส้นทางรถไฟลองจับรถไฟแล้วไปสำรวจย่านที่มีเสน่ห์ที่สุดของเกาลูนและนิวเทอร์ริทอรี่ส์ สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ภาษาอังกฤษ
วัดฮ่องกงมีวัดจีนมากกว่า 600 แห่งกระจายอยู่ทั่วฮ่องกง สำหรับชาวพุทธ ขงจื๊อและลัทธิอื่นๆ และวัดที่คนนิยมมากที่สุดคือ วัดทินโห่ว และยังมีอารามและสำนักชีอีกหลายแห่ง ซึ่งบางแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บไซต์ภาษาอังกฤษอนุสรณ์สถาน สถานที่อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมจีนและสมัยอาณานิคมที่ยังหลงเหลืออยู่ในฮ่องกง สะท้อนถึงวัฒนธรรมจีนที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 5,000 ปี และกลิ่นอายสมัยยุคอาณานิคมของอังกฤษกว่า 150 ปี รายชื่อดังต่อไปนี้เป็นมรดกสถานที่สำคัญซึ่งเดินทางไปชมได้ไม่ยาก ทำเนียบรัฐบาลเปิดให้เข้าชมในบางโอกาส หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้จากเว็บไซต์ภาษาอังกฤษด้านล่างนี้
เกาะฮ่องกง
เกาลูน
นิวเทอร์ริทอรี่ส์
วัดฮ่องกงมีวัดจีนมากกว่า 600 แห่งกระจายอยู่ทั่วฮ่องกง สำหรับชาวพุทธ ขงจื๊อและลัทธิอื่นๆ และวัดที่คนนิยมมากที่สุดคือ วัดทินโห่ว และยังมีอารามและสำนักชีอีกหลายแห่ง ซึ่งบางแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บไซต์ภาษาอังกฤษอนุสรณ์สถาน สถานที่อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมจีนและสมัยอาณานิคมที่ยังหลงเหลืออยู่ในฮ่องกง สะท้อนถึงวัฒนธรรมจีนที่สืบทอดกันมายาวนานกว่า 5,000 ปี และกลิ่นอายสมัยยุคอาณานิคมของอังกฤษกว่า 150 ปี รายชื่อดังต่อไปนี้เป็นมรดกสถานที่สำคัญซึ่งเดินทางไปชมได้ไม่ยาก ทำเนียบรัฐบาลเปิดให้เข้าชมในบางโอกาส หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้จากเว็บไซต์ภาษาอังกฤษด้านล่างนี้
เกาะฮ่องกง
เกาลูน
นิวเทอร์ริทอรี่ส์
ฮานอย
ฮานอย (ภาษาเวียดนาม: อักษรกว๊กหงือ (quoc ngu) Hà Nội; อักษรจื๋อโนม (chu nom) 河内) เป็นเมืองหลวงของประเทศเวียดนาม มีประชากรประมาณ 4,100,000 คน (พ.ศ. 2547)ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของเวียตนามเหนือระหว่าง พ.ศ. 2497 ถึง พ.ศ. 2519 และก่อนหน้านั้นเคยเป็นเมืองหลวงของพื้นที่เวีตนามในปัจจุบันเป็นครั้งคราวตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 จนถึง พ.ศ. 2345 ฮานอยตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแดง อุตสาหกรรมในเมืองคือเครื่องจักร, ไม้อัด สิ่งทอ, สารเคมี และงานหัตถกรรม ฮานอยตั้งอยู่ที่ 21°2' เหรือ 105°51' ตะวันออก (21.0333, 105.85) [1]
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ได้มีการขยายเขตกรุงฮานอยไปอีก โดยครอบคลุมบริเวณมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า เพื่อรองรับการเติบโตของเมือง และเมื่อถึงเดือนตุลาคม 2553 ก็จะครบวาระ 1000 ปีการสถาปนาเมือง
[แก้] ประวัติศาสตร์
"ฮานอย"หมายถึงตอนต้นของแม่น้ำ ตั้งอยู่ตอนต้นอยู่บนลุ่มแม่น้ำแดง ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ลี้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 1553 โดยใช้ชื่อว่า"ทังลอง" แปลว่า "มังกรเหิน" จนกระทั่ง พ.ศ. 2345 กษัตริย์ราชวงศ์เหงียนได้ย้ายเมือหลวงไปอยู่เมือง "เว้" เมื่อตกเป็นส่วนหนึ่ของอินโดจีนของฝรั่งเศส ฮานอยจึงกลับมาเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งใน พ.ศ. 2430 ภายหลังได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2489 ดินแดนเวียดนามแยกออกเป็นสองประเทศ โดยฮานอยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามเหนือ เมื่อรวมประเทศใน พ.ศ. 2519 จึงเป็นเมืองหลวงหนึ่งเดียวของเวียดนามในปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 ได้มีการขยายเขตกรุงฮานอยไปอีก โดยครอบคลุมบริเวณมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า เพื่อรองรับการเติบโตของเมือง และเมื่อถึงเดือนตุลาคม 2553 ก็จะครบวาระ 1000 ปีการสถาปนาเมือง
[แก้] ประวัติศาสตร์
"ฮานอย"หมายถึงตอนต้นของแม่น้ำ ตั้งอยู่ตอนต้นอยู่บนลุ่มแม่น้ำแดง ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ลี้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 1553 โดยใช้ชื่อว่า"ทังลอง" แปลว่า "มังกรเหิน" จนกระทั่ง พ.ศ. 2345 กษัตริย์ราชวงศ์เหงียนได้ย้ายเมือหลวงไปอยู่เมือง "เว้" เมื่อตกเป็นส่วนหนึ่ของอินโดจีนของฝรั่งเศส ฮานอยจึงกลับมาเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งใน พ.ศ. 2430 ภายหลังได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2489 ดินแดนเวียดนามแยกออกเป็นสองประเทศ โดยฮานอยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามเหนือ เมื่อรวมประเทศใน พ.ศ. 2519 จึงเป็นเมืองหลวงหนึ่งเดียวของเวียดนามในปัจจุบัน
อุปกรณ์ในคอมพิวเตอร์
หมวดหมู่:อุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
หมวดหมู่ย่อย
หมวดหมู่นี้มี 3 หมวดหมู่ย่อย จากทั้งหมด 3 หมวดหมู่
ก
[+] การ์ดแสดงผล (0)
ม
[+] เมนบอร์ด (2)
ห
[+] หน่วยความจำภายในคอมพิวเตอร์ (0)
บทความในหมวดหมู่ "อุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์"
มีบทความ 4 หน้าในหมวดหมู่นี้จากทั้งหมด 4 หน้า
ก
การ์ดเสียง
ฟ
ไฟร์ไวร์
ว
วีจีเอ
ฮ
ฮาร์ดดิสก์
หมวดหมู่: อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
หมวดหมู่ย่อย
หมวดหมู่นี้มี 3 หมวดหมู่ย่อย จากทั้งหมด 3 หมวดหมู่
ก
[+] การ์ดแสดงผล (0)
ม
[+] เมนบอร์ด (2)
ห
[+] หน่วยความจำภายในคอมพิวเตอร์ (0)
บทความในหมวดหมู่ "อุปกรณ์ภายในคอมพิวเตอร์"
มีบทความ 4 หน้าในหมวดหมู่นี้จากทั้งหมด 4 หน้า
ก
การ์ดเสียง
ฟ
ไฟร์ไวร์
ว
วีจีเอ
ฮ
ฮาร์ดดิสก์
หมวดหมู่: อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
ฮาร์ดดิสก์
ฮาร์ดดิสก์ชนิดต่างๆ
ฮาร์ดดิสก์ (อังกฤษ: hard disk) หรือ จานบันทึกแบบแข็ง (ศัพท์บัญญัติ) คือ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่บรรจุข้อมูลแบบไม่ลบเลือน มีลักษณะเป็นจานโลหะที่เคลือบด้วยสารแม่เหล็กซึ่งหมุนอย่างรวดเร็วเมื่อทำงาน การติดตั้งเข้ากับตัวคอมพิวเตอร์สามารถทำได้ผ่านการต่อเข้ากับมาเธอร์บอร์ด (motherboard) ที่มีอินเตอร์เฟซแบบขนาน (PATA) , แบบอนุกรม (SATA) และแบบเล็ก (SCSI) ทั้งยังสามารถต่อเข้าเครื่องจากภายนอกได้ผ่านทางสายยูเอสบี, สายไฟร์ไวร์ของบริษัท Apple ที่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า รวมไปถึงอินเตอร์เฟซอนุกรมแบบต่อนอก (eSATA) ซึ่งทำให้การใช้ฮาร์ดดิสก์ทำได้สะดวกยิ่งขึ้นเมื่อไม่มีคอมพิวเตอร์ถาวรเป็นของตนเอง
ฮาร์ดดิสก์ SSD
โดยในปี 2008 ได้มีการพัฒนาเป็น Hybrid drive และ SSD
เนื้อหา[ซ่อน]
1 ประวัติ
2 ขนาดและความจุ
3 หลักการทำงานของฮาร์ดดิสก์
4 การเก็บข้อมูล
5 อ้างอิง
6 แหล่งข้อมูลอื่น
6.1 ภาษาไทย
6.2 ภาษาอังกฤษ
//
[แก้] ประวัติ
ชิ้นส่วนภายใน ในปี 1997
ฮาร์ดดิสก์ที่มีกลไกแบบปัจจุบันถูกประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2499 (1956) โดยนักประดิษฐ์ยุคบุกเบิกแห่งบริษัทไอบีเอ็ม เรย์โนล์ด จอห์นสัน ซึ่งในขณะนั้น ฮาร์ดดิสก์มีขนาดค่อนข้างใหญ่ มีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 20 นิ้ว มีความจุเพียงระดับเมกะไบต์เท่านั้น «โดยใช้หน่วยการเปรียบเทียบเป็น บระดับจิกะไบต์ในปัจจุบัน ซึ่ง 1,024MB = 1GB» ในตอนแรกใช้ชื่อเรียกว่า 'ฟิกส์ดิสก์ fixed disk หรือจานบันทึกที่ติดอยู่กับที่ ในบริษัท IBM เรียกว่า วินเชสเตอร์ส Winchesters
ต่อมาภายหลังจึงเรียกว่า ฮาร์ดดิสก์ จานบันทึกแบบแข็ง เพื่อจำแนกประเภทออกจาก ฟลอปปี้ดิสก์ จานบันทึกแบบอ่อน
ตั้งแต่เข้าสู่ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 21 เป็นต้นมา ฮาร์ดดิสก์สามารถพบได้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ไม่เฉพาะภายในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อีกด้วย เช่น เครื่องเล่นเอ็มพีทรี, เครื่องบันทึกภาพดิจิทัล, กล้องถ่ายรูป, คอมพิวเตอร์ขนาดพกพา PDA จนกระทั่งภายใน โทรศัพท์มือถือ บางรุ่นตั้งแต่ภายในปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมาเช่นยี่ห้อ (โนเกีย และ ซัมซุง สองบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายแรกที่จำหน่ายโทรศัพท์มือถือที่มีฮาร์ดดิสก์
[แก้] ขนาดและความจุ
แนวโน้มในการเพิ่มขึ้นของการพัฒนาฮาร์ดดิสก์
ความจุของฮาร์ดดิสก์โดยทั่วไปในปัจจุบันนั้นมีตั้งแต่ 20 จิกะไบต์ ถึง 1.5 เทระไบต์
ขนาดความหนา 8 inch: 9.5 นิ้ว×4.624 นิ้ว×14.25 นิ้ว (241.3 มิลลิเมตร×117.5 มิลลิเมตร×362 มิลลิเมตร)
ขนาดความหนา 5.25 inch: 5.75 นิ้ว×1.63 นิ้ว×8 นิ้ว (146.1 มิลลิเมตร×41.4 มิลลิเมตร×203 มิลลิเมตร)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)